ท่อ PPR (Polypropylene Random Copolymer)

ท่อ PPR คือ Polypropylene Random Copolymer  ในประเทศไทยนั้นได้รับการยอมรับแพร่หลายและท่อ PPR เป็นท่อทางเลือกใหม่ที่มาทดแทน ระบบท่อโลหะโดยท่อ PPR  นั้นเริ่มแรกผลิตจากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นศูนย์กลางวิศวกรรมอุตสาหกรรมพลาสติกของโลก มี เอกลักษณ์พิเศษคือมีความทนทานสูงและเป็นผลิตภัณฑ์ที่สะอาดถูกสุขลักษณะทำให้ท่อ PPR ได้รับการยอมรับแพร่หลายในทวีปยุโรปและแถบเอเชียเป็นอย่างมากท่อ PPR เป็นท่อที่ผลิตจาก Polypropylene (PP) ซึ่งป็นพลาสติกโพลีโพรไพลีน ที่มีการจัดเรียงตัวอย่างไม่เจาะจง ท่อ PPR จึงมีคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพที่ดีเหมาะกับการใช้งานระบบท่อประปา ท่อน้ำร้อน ท่อน้ำเย็น และงานท่อประเภทอื่นทั้งงานบ้านและงานอุตสาหกรรม ปัจจุบันมีการใช้งานตามโรงแรม และโรงงานอุตสาหกรรม โดยนำมาติดตั้งใหม่และเปลี่ยนท่อเดินที่เป็นโลหะ เพราะท่อโลหะเมื่อใช้งานนานไปจะเกิดการกกัดกร่อนและเป็นสนิมทำให้รั่วบริเวณรอยเชื่อม

คุณสมบัติเด่นของท่อ PP-R

  • ท่อ PPR คือ Polypropylene Random Copolymer หรือที่เรียกกันว่าท่อ PPR ในตระกูลพีพีนั้น ประกอบขึ้นจากวัสดุที่มีคุณสมบัติที่เป็นเยี่ยมเหมาะสำหรับระบบประปาทั้งน้ำร้อน น้ำเย็นรวมไปถึงระบบทำความเย็น (Chilled water system) ซึ่งท่อ PPR มีค่า E-modulus ที่ต่ำและทนทานต่อการยืดหยุ่นสูงภายใต้สภาวะที่มีอุณหภูมิสูงและการใช้งานท่อ PPR มีอายุโดยเฉลี่ยนานกว่า 50 ปี นอกจากนั้น ท่อ PPR คือท่อที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและ ท่อ PPR คือ ท่อที่สะอาดถูกสุขอนามัยไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคพร้อมทั้งยังมีคุณสมบัติที่ไร้กลิ่น ไร้รสชาติ และทนทานต่อสารเคมีทำให้ ท่อ PPR เหมาะอย่างยิ่งในการใช้งานสำหรับระบบน้ำดื่ม จึงมั่นใจได้ว่า ท่อ PPR คือ ท่อที่มีคุณภาพ น้ำที่ถูกลำเลียงผ่านระบบท่อ PPR นั้นสะอาดถูกสุขอนามัยต่อผู้บริโภค
  • คุณลักษณะของท่อ PPR 
  • ท่อ PPR คือท่อที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก ที่มีคุณภาพ
    ผลิตจากเม็ดพลาสติก PP-R(80) ชั้นดีของยุโรป มีเนื้อพลาสติก ที่มีคุณภาพและความหนาแน่นสูง แสงลอดผ่านไม่ได้วางใจได้ในคุณภาพและอายุการใช้งาน
  • ท่อ PPR คือท่อผสาน เป็นเนื้อเดียวกัน ได้
    การติดตั้งท่อ และข้อต่อ ใช้วิธีให้ความร้อน จนผสานเป็นเนื้อเดียวกัน จึงมั่นใจว่าไม่เกิด ปัญหารั่วซึม ที่บริเวณจุดต่อ เชื่อมระหว่างท่อและข้อต่อ
  • ท่อ PPR คือท่อ ที่มีความทนทาน ต่อการใช้ระบบน้ำร้อน
    สามารถใช้ กับน้ำร้อนได้ถึง 95 องศาเซลเซียส
  • ท่อ PPR คือท่อที่มีความสะอาด ที่วางใจได้
    PP-R เป็นพลาสติกที่ได้รับการยอมรับจากกรีนพีช ว่าเป็นพลาสติกที่มี ความปลอดภัย ไม่มีสารเคมี เจือปน และไม่เป็น สารก่อมะเร็ง
  • ท่อ PPR คือท่อที่ทนทาน ทนแรงดันสูงได้ถึง 20 บาร์ สามารถทนแรงดันจากปั๊มน้ำ  ไม่รั่วซึม
  • ท่อ PPR คือท่อที่สามารถ ใช้งานร่วมกับท่อชนิดอื่นได้ เนื่องจาก มีข้อต่อเกลียว หลายชนิดและ มีระบบหน้าจาน ANSI, JIS, DIN ซึ่งเป็นเกลียวมาตรฐานสากล จึงสามารถใช้ต่อเข้ากับท่อประเภทอื่นๆได้
  • ท่อ PPR คือท่อ ที่มีอายุการใช้งาน ยาวนาน 50 ปี
  • ท่อ PPR คือท่อที่มีผิวเรียบ เนื่องจากผิวมีความเรียบจึงมีความต้านทางการไหลน้อย ดังนั้นอัตราการไหลจึงดีตามไปด้วย
  • ท่อ PPR คือท่อสามารถ ซ่อมแซม เมื่อโดนสว่าน หรือตะปูเจาะได้ง่าย โดยใช้แท่งซ่อมอุดรูรั่ว จึงไม่ต้องรื้อผนัง และกระเบื้องเพื่อซ่อม
  • ท่อ PPR คือท่อที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เป็นพลาสติกที่ ปลอดภัยและเป็น Thermo Plastic จึงสามารถนำมา ใช้ซ้ำ ได้อีก
  • ท่อ PPR คือท่อที่ทนทาน ไม่เปราะแตกง่าย
  • วัสดุมีความทนทาน ต่อแรงกระแทกสูง แข็ง เหนียว ไม่เปราะแตกง่าย
  • ท่อ PPR คือท่อที่ทนต่อสารเคมี
  • ท่อ PPR คือท่อ ที่เป็นฉนวน กันความร้อน และเสียงในตัว
  • ท่อ PPR คือท่อที่หมดปัญหา เรื่องสนิมและตะกรัน ในระบบ

ท่อ PPR มีกี่ประเภท

ท่อ PPR หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่าท่อเขียว คือท่อสำหรับงานระบบท่อน้ำประปา ท่อน้ำร้อน เป็นท่อที่ถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยมาตรฐานใหม่ มีคุณสมบัติดีกว่า ท่อPVC ในหลายๆด้านเช่น ทนความร้อนได้ดีกว่า และ สามารถเชื่อมกับข้อต่อด้วยความร้อนท่อ – ข้อต่อ ผสานเป็นเนื้อเดียวกันลดปัญหาการรั่วซึม โดยไม่ต้องใช้กาวหรือน้ำยาประสานท่อ ที่พบปัญหากาวหรือน้ำยาประสานท่อเสื่อมสภาพ หรือช่างติดตั้งไม่ดีลืมทากาว หรือทากาวในปริมาณที่น้อยเกินไป ทำให้ใช้งานนานไปเกิดแรงดันน้ำภายในท่อ หรือแรงสั่นสะเทือนจากภายนอกเช่นการสั่นของปั๊มน้ำ ก็อาจทำให้ ท่อ -ข้อต่อ PVC หลุด ส่งผลให้รั่วได้

ท่อ PPR ส่วนใหญ่ใช้เพื่อเดินน้ำร้อน น้ำอุ่นในอาคาร ตลอดจนต้องการท่อที่มีคุณภาพดีทนแรงดันได้สูงๆ ทั้งท่อ PPR จะมีขายอยู่สองรูปแบบก็คือท่อ PPR แบบ PN10 และ PN20 ซึ่งตัวPN ก็คือตัวบอกว่าท่อสามารถรับแรงดันน้ำได้เท่าไรนั่นเอง

  • ท่อPPR PN10 = รับความดันได้ 10 บาร์ และเหมาะกับน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น รองรับอุณหภูมิได้ถึง 60 องศาเซลเซียส
  • ท่อPPR PN20 = รับความดันได้ 20 บาร์ และเหมาะกับน้ำร้อน รองรับอุณหภูมิได้ถึง 95 องศาเซลเซียส

เดินท่อ PPR ภายในบ้านหรืออาคาร สำคัญที่วิธีการติดตั้งหรือเดินท่อท่อ PPR ท่อและข้อต่อต้องประสานเป็นเนื้อเดียวกัน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีวันรั่ว
การเดินท่อ PPR นอกจากต้องใช้ท่อและข้อต่อจากโรงงานเดียวกันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง คือการให้ความร้อนในการหลอมเหลว เพราะขณะเดินท่อ PPR ติดตั้งท่อและข้อต่อ เครื่องเชื่อม PPR ควรมีความร้อนสม่ำเสมอ ณ ที่อุณหภูมิ 250 -260 องศาฯ ซึ่งเป็นช่วงอุณหภูมิที่ทำให้การติดตั้งหรือเดินท่อ PPR เกิดการหลอมเหลวประสานเป็นเนื้อเดียวกันได้ดี ไม่เกิดการรั่วซึมได้ ดังนั้นการติดตั้งหรือเดินท่อ PPR จึงควรใช้เครื่องเชื่อม PPR ที่มีคุณภาพสูงและไม่แนะนำให้ใช้เครื่องที่สามารถปรับอุณหภูมิได้ เพราะอาจทำให้ความร้อนที่ใช้ในการติดตั้งหรือเดินท่อ PPR ไม่เสถียร